The New Life Mission

ข่าวประเสริฐคืออะไร?

ภาษา

ข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณคืออะไร?

อัครสาวกเปาโลกล่าวว่า “เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลายก่อน คือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาป ของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาใหม่ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น“ (1โครินธ์ 15:3-4) คำว่า”พระคัมภีร์ในประโยคที่ว่า “พระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย”หมายความว่าอย่างไร? มัน หมายถึงพันธสัญญาฉบับเก่า อัครสาวกเปาโลกล่าวว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลายตามพันธสัญญาและการเปิดเผยของ พันธสัญญาฉบับเก่า พระองค์ทรงไถ่บาปของเราได้อย่างไร? พระองค์ทรงทำผ่านการกระทำอันชอบธรรมของพระองค์ คือการรับบัพติศมาของ พระองค์ และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระองค์

คุณรู้ไหมว่าในช่วงเวลาของคริสตจักรยุคแรกๆนั้นไม่มีคริสต์มาสจนถึงปลายศตวรรษที่ 2 คริสตชนในยุคแรกพร้อมกับอัครสาวกเท่านั้นที่ระลึก ถึงวันที่ 6 มกราคมเป็น “วันที่พระเยซูทรงรับบัพติศมา” และเป็นการระลึกถึงในช่วงคริสตจักรยุคแรกๆเท่านั้น

ทำไมอัครสาวกจึงเน้นหนักไปที่การรับบัพติศมาของพระเยซู? มันเป็นความลับของของข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่แท้จริง ที่พวกเขา ได้รับจากพระเยซูและประกาศไปสู่โลกนี้ พระเยซูตรัสว่า “ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดจากน้ำและพระวิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้า ไม่ได้“ (ยอห์น 3:5) พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่าพระเยซูเสด็จมาโดยน้ำและพระโลหิตเพื่อช่วยเราให้รอดจากบาปของเรา (1 ยอห์น 5:6) พระโลหิต หมายถึงไม้กางเขนแล้วน้ำหมายถึงอะไรล่ะ?

(หวังว่าคุณจะไม่สับสนระหว่างน้ำบัพติศมาของผู้ที่เชื่อและบัพติศมาของพระเยซู โปรดให้ความสนใจไปที่ความหมายของการรับบัพติศมาของ พระเยซูอย่างละเอียด ตอนนี้เราไม่ได้มุ่งเน้นไปที่น้ำบัพติศมาของผู้ที่เชื่อหรือหลักคำสอนเรื่องการฟื้นฟูบัพติศมา)

ทำไมพระเยซูทรงรับบัพติศมาจากยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา? ทำไมพระเยซูทรงประกาศว่าการรับบัพติศมาของพระองค์นั้น”สมควรที่เราจะกระทำ ตามสิ่งชอบธรรมทุกประการ”? (มัทธิว 3:15)

ฮีบรู 10:1 กล่าวว่า “โดยเหตุที่พระราชบัญญัตินั้น(การถวายบูชาเหล่านั้น) ได้เป็นแต่เงาของสิ่งดีที่จะมาภายหน้า.... “ มาดูการถวายบูชาทั่วไป ที่พระเจ้าทรงมอบให้กับประชาชนของพระองค์เพื่อความรอดของพวกเขาในช่วงเวลาของพันธสัญญาฉบับเก่า ถ้าใครทำบาปและมีความผิดคน บาปต้องถวายเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อลบล้างบาปของตน ลองมาดูเลวีนิติ 1:3-5 “ถ้าเครื่องบูชาของเขาเป็นเครื่องเผาบูชามาจากฝูงวัว ก็ให้เขานำ สัตว์ตัวผู้ที่ไม่มีตำหนิ ให้เขานำเครื่องบูชานั้นมาที่ประตูพลับพลาแห่งชุมนุมด้วยความเต็มใจต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ ให้เขาเอามือวางบนหัว สัตว์ซึ่งเป็นเครื่องเผาบูชานั้น และเครื่องเผาบูชานั้นจะเป็นที่ทรงโปรดปรานเพื่อทำการลบมลทินของผู้นั้น แล้วให้เขาฆ่าวัวตัวผู้นั้นต่อพระพักตร์ พระเยโฮวาห์ แล้วพวกปุโรหิต คือบุตรชายของอาโรน จะถวายเลือด และเอาเลือดมาประพรมที่แท่นและรอบแท่นบูชา ซึ่งอยู่ตรงประตูพลับพลา แห่งชุมนุม “ เราเห็นได้ตรงนี้ว่าเครื่องบูชาไถ่บาปต้องเป็นไปตามเลื่อนไขสามประการด้านล่างเพื่อความถูกต้องต่อพระพักตร์พระเจ้า

พวกเขาจะต้อง
  • (1) เตรียมสัตวบูชาที่ไม่มีตำหนิไว้ (v.3)
  • (2) วางมือของเขาลงที่เครื่องเผาบูชา (v.4)
  • (3) ฆ่า(เพื่อหลั่งเลือด)เครื่องบูชาเพื่อไถ่บาปของเขา (v.5)

ในข้อเหล่านี้ข้างต้นเราต้องยืนยันกฎของพระเจ้าที่บาปจะถูกย้ายไปที่ศีรษะของสัตวบูชาโดยการวางมือก่อนที่สัตวบูชาจะถูกฆ่า มันเป็นความ จริงที่สำคัญมาก คุณสามารถพบสำนวนมากมายเช่น “วางมือบนศีรษะของเครื่องบูชาไถ่บาป” สำหรับการยกความผิดบาปในบทต่อไปนี้ของ เลวีนิติ เลวีนิติ 16:21 กล่าวว่า “และอาโรนจะเอามือทั้งสองวางบนหัวแพะที่มีชีวิตนั้น และกล่าวคำสารภาพบรรดาความชั่วช้าของคนอิสราเอล และการละเมิดทั้งหมด และบาปทั้งสิ้นให้ตกลงบนหัวแพะนั้น และให้คนที่เตรียมมือไว้พร้อมแล้วมานำแพะไปปล่อยเสียในถิ่นทุรกันดาร“

เมื่ออาโรนมหาปุโรหิตวางมือของท่านบนหัวแพะ บาปทั้งหมดของชาวอิสราเอลก็ถูกย้ายไปที่หัวของแพะ เมื่อคนบาปวางมือบนศีรษะของ เครื่องบูชา บาปของเขาจะถูกโอนไปที่ศีรษะของมัน ในทำนองเดียวกันเมื่อบุคคลได้บวชเป็นพระ ผู้รับรองพันธกิจก็วางมือบนศีรษะของ บุคคลนั้นเพื่อผ่านความเป็นพระไป ดังนั้น “การวางมือ” จึงเป็นการส่งบาปไปสู่เครื่องบูชา หมายความว่า “ส่งต่อให้”

แล้วสัตว์นั้นจะต้องถูกฆ่าด้วยเลือดออกเพราะ “เพราะว่าชีวิตของเนื้อหนังอยู่ในเลือด เราได้ให้เลือดแก่เจ้าเพื่อใช้บนแท่น เพื่อกระทำการลบ มลทินบาปแห่งจิตวิญญาณของเจ้า“ (เลวีนิติ 17:11)

อย่างไรก็ตามชาวอิสราเอลอ่อนแอเกินกว่าที่จะถูกขับไล่เพราะบาปทั้งหมดของพวกเขาเพราะพวกเขาได้แต่ทำบาปทุกวันโดยไม่มีทางช่วยได้เลยจนกว่าพวกเขาจะตายแม้ว่าพวกเขาจะถวายเครื่องบูชาไถ่บาปทุกครั้งที่ทำบาปก็ตาม ดังนั้นพระเจ้าจึงเปิดโอกาสอีกครั้งให้พวกเขาให้ได้รับการ อภัยบาปประจำปีปีละครั้ง เป็นพิธีกรรมแห่งวันทำการลบมลทินในวันแห่งการไถ่บาปอาโรนมหาปุโรหิตวางมือบนศีรษะของแพะรับบาปเพื่อ ส่งบาปประจำปีของชาวอิสราเอลทั้งหมดไปให้ทุกคน (เลวีนิติ 16:21)

อาโรนเป็นตัวแทนของชาวอิสราเอลในเวลานั้นเพราะเขาวางมือของเขาบนหัวแพะแทนชาวอิสราเอลทั้งหมด เมื่อเขาวางมือลงบนหัวของแพะ บาปประจำปีของชาวอิสราเอล (ประมาณ 2-3 ล้านคนในเวลานั้น) ก็ได้ส่งผ่านไปสู่หัวของแพะรับบาปผ่านการกระทำถูกต้องของเขา มัน เป็นกฎเกณฑ์ตลอดไปสำหรับมนุษยชาติ (เลวีนิติ 16:29)

นั่นเป็น “เงาของสิ่งดีที่จะมาภายหน้า” (ฮีบรู 10: 1) บัดนี้พระเจ้าทรงทำให้ “สิ่งดีที่จะมาภายหน้า”สำเร็จผ่านทางพระเยซู คริสต์ มาดูกันว่าพระเยซู คริสต์ปฏิบัติตามพันธสัญญาของพระองค์อย่างไร

อันดับแรกพระเจ้าพระบิดาทรงส่งพระเยซู คริสต์มาในรูปของมนุษย์ที่ปราศจากมลทินตามที่เป็นพระเมษโปดกของพระเจ้าตามสัญญา พระองค์ เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าและพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าบริสุทธิ์ด้วย ดังนั้นพระองค์จึงเหมาะสมที่จะเป็นเครื่องบูชาของมวลมนุษยชาติ โดยไม่มีมลทินใดๆ

อันดับที่สองพระองค์ทรงรับบัพติศมาจากยอห์นผู้ให้บัพติศมาในแม่น้ำจอร์แดน เราต้องรู้ที่นี่ว่าใครคือยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาที่ให้บัพติศมาพระ เยซู ยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาเป็นทายาทของมหาปุโรหิตอาโรน ปุโรหิตเศราริยาห์ บิดาของยอห์นเกิดในเชื้อสายของอาบียาห์หลานชายของอาโรน (ลูกา 1: 5, 1 พงศาวดาร 24:10) ดังนั้นยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาจึงเป็นทายาทของมหาปุโรหิตอาโรน นั่นหมายความว่าเขามีสิทธิ์ที่จะเป็น มหาปุโรหิต ยิ่งไปกว่านั้นพระเยซูทรงยืนยันว่ายอห์นเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในหมู่มวลมนุษยชาติ “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ในบรรดาคน ซึ่งเกิดจากผู้หญิงมานั้น ไม่มีผู้ใดใหญ่กว่ายอห์นผู้ให้รับบัพติศมา แต่ว่าผู้ที่ต่ำต้อยที่สุดในอาณาจักรแห่งสวรรค์ก็ยังใหญ่กว่ายอห์นเสียอีก” (มัทธิว 11: 11,14) หมายความว่ายอห์นเป็นมหาปุโรหิตคนสุดท้ายบนโลกนี้และเป็นตัวแทนที่ชอบธรรมของมนุษยชาติทั้งหมดที่พระเจ้าทรง สัญญาและเตรียมไว้

พันธสัญญาฉบับเก่าพยากรณ์เขาไว้ว่า “ดูเถิด เราจะส่งทูตของเราไป และผู้นั้นจะตระเตรียมหนทางไว้ข้างหน้าเรา“ (มาละคี 3:1) “จงจดจำ ราชบัญญัติของโมเสสผู้รับใช้ของเรา ทั้งกฎเกณฑ์และคำตัดสินซึ่งเราได้บัญชาเขาไว้ที่ภูเขาโฮเรบสำหรับอิสราเอลทั้งสิ้น ดูเถิด เราจะส่งเอลียาห์ ผู้พยากรณ์มายังเจ้าก่อนวันแห่งพระเยโฮวาห์ คือวันที่ใหญ่ยิ่งและน่าสะพึงกลัวมาถึง และท่านผู้นั้นจะกระทำให้จิตใจของพ่อหันไปหาลูก และ จิตใจของลูกหันไปหาพ่อ หาไม่ เราจะมาโจมตีแผ่นดินนั้นด้วยคำสาปแช่ง“ (มาละคี 4:4-6) พระเยซูตรัสว่า “ถ้าท่านทั้งหลายจะยอมรับในเรื่องนี้ ก็ยอห์นนี้แหละเป็นเอลียาห์ซึ่งจะมานั้น“ (มัทธิว 11:14)

ยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาคือเอลียาห์ที่จะมาและส่งผู้คนทั้งหมดกลับไปหาพระเยซู คริสต์ทำให้พวกเขาพร้อมที่จะยอมรับพระองค์ เขาเกิดก่อนพระ เยซูหกเดือน เขาให้บัพติศมาแห่งการกลับใจใหม่แก่ผู้คนในถิ่นทุรกันดารเพื่อเตรียมทางของพระเจ้า เขาจำเป็นต้องนำผู้คนให้ระลึกถึงพระ ราชบัญญัติและระบบการสังเวยบูชาของพันธสัญญาฉบับเก่าเพื่อทำให้พวกเขาตัวสำหรับผู้ช่วยให้รอด พระเยซู คริสต์ดังนั้นเขาจึงให้บัพติศมา แก่ผู้คนและทำให้พวกเขารู้ว่าผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมาในไม่ช้าและจะทรงรับเอาบาปทั้งหมดของโลกไปในรูปแบบของการวางมือ บัพติศมาของ ยอห์นเรียกร้องให้คนบาปกลับมาหาพระเจ้า หลายคนได้ยินพระวจนะของพระเจ้าผ่านทางยอห์นและละทิ้งรูปเคารพและกลับไปหาพระเจ้า สารภาพบาปของพวกเขา

แล้วพระเยซูก็เสด็จจากกาลิลีมาหายอห์น ณ แม่น้ำจอร์แดนเพื่อรับบัพติศมาจากยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา พระเยซูตรัสว่า “บัดนี้จงยอมเถิด เพราะ สมควรที่เราทั้งหลายจะกระทำตามสิ่งชอบธรรมทุกประการ” (มัทธิว 3:15) ความชอบธรรมทุกประการตรงนี้คือ “dikaiosune” ในภาษากรีก และมันหมายถึง “ความเที่ยงธรรม, ความยุติธรรม” มันหมายความว่าพระเยซูทรงช่วยคนบาปทั้งหมดให้รอดจากบาปของพวกเขาในวิธีที่ เหมาะสมและเที่ยงธรรมอย่างที่สุด พระเยซูทรงรับเอาบาปทั้งหมดของคนบาปทั้งหลายไปผ่าน”การวางมือ” ตามพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำใน พันธสัญญาฉบับเก่าเพื่อปลดปล่อยคนบาปทั้งหมดให้รอดจากบาปของพวกเขาในวิธีที่เหมาะสมและเที่ยงธรรมที่สุด มันเป็นหนทางที่ถูกต้อง แล้วที่พระองค์ทรงรับเอาบาปทั้งหมดของมนุษยชาติไปด้วยการรับบัพติศมาจากยอห์น เพราะว่าพระเยซูทรงรับเอาบาปทั้งหมดของโลกนี้ไป โดยบัพติศมาของพระองค์ ในวันถัดไปยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาจึงเป็นพยานว่า “ดูเถิด! พระเมษโปดกของพระเจ้าผู้ทรงรับเอาความผิดบาป นั้นไปเสีย!” (ยอห์น 1:29) ยอห์นนั้นได้ให้บัพติศมาแก่พระเยซูด้วยการวางมือ ในชั่วขณะที่ยอห์นวางมือของเขาลงบนพระเศียรของพะเยซู บาป ทั้งหมดของโลกนี้จึงได้ผ่านไปสู่พระองค์ตามกฏของพระเจ้า

อันดับที่สาม พระองค์ทรงถูกตรึงไม้กางเขนเพื่อยกความผิดบาปของเรา ก่อนสิ้นลมหายใจสุดท้ายของพระองค์ พระองค์ตรัสว่า “สำเร็จแล้ว!” (ยอห์น 19:30) พระองค์ทรงหลั่งพระโลหิตสำหรับค่าจ้างของบาปของเรา และพระองค์ทรงลุกขึ้นมาจากความตายในวันที่สาม และเสด็จขึ้น สวรรค์ไป พระองค์ทรงลบบาปทั้งหมดของโลกนี้ออกไปอย่างแน่นอนโดยการรับบัพติศมาและพระโลหิตของพระองค์บนไม้กางเขน

อัครสาวกเปาโลกล่าวว่า “พระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์” (1 โครินธ์ 15:3) ตอนนี้ คุณเข้าใจไหมว่าสัตวบูชาได้ถูกถวายเพื่อขอยกความผิดบาปในพันธสัญญาฉบับเก่าได้อย่างไร และทำไมมันจึงเป็นเงาของสิ่งดีที่จะมาภายหน้า?

มันจะต้องมี”การวางมือ”ก่อนที่จะฆ่าสัตวบูชา หากใครข้าม”การวางมือลงบนเครื่องบูชา”เมื่อเขาทำการถวายบูชาไถ่บาป เขาก็จะไม่ได้รับการยก ความผิดบาปของเขาเพราะความชั่วช้าของเขา ไม่มีทางที่พระเจ้าจะรับเครื่องบูชาที่ผิดเช่นนั้น มันผิดกฏของพระเจ้าที่จะถวายบูชาโดยละเว้น การวางมือที่เครื่องบูชา.

พระเยซูเสด็จมายังโลกนี้เพื่อที่จะชำระบาปทั้งหมดของเราด้วยการกระทำอันชอบธรรมของพระองค์ (โรม 5:18) การกระทำอันชอบธรรมของ พระองค์ก็คือการที่พระองค์ทรงรับบัพติศมาจากยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาเพื่อรับเอาบาปของโลกนี้ไว้และทรงถูกตรึงไม้กางเขนเพื่อจ่ายค่าจ้างของบาป พระองค์เสด็จมาโดยบัพติศมาและพระโลหิตของพระองค์ แต่โชคไม่ดีเลยที่คริสเตียนส่วนใหญ่รู้จักเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของการกระทำอัน ชอบธรรมของพระองค์เท่านั้น เราควรจะรู้จักข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณโดยทั้งหมด การเชื่อในพระองค์โดยละเว้นส่วนสำคัญของ ข่าวประเสริฐของพระองค์นั้นผิดและเป็นโมฆะ

อัครสาวกยอห์นชี้แจ้งส่วนทั้งหมดของข่าวประเสริฐไว้ในคำสอนแรกของเขา “นี่แหละคือผู้ที่ได้เสด็จมาด้วยน้ำและพระโลหิต คือพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ด้วยน้ำอย่างเดียว แต่ด้วยน้ำและพระโลหิต และพระวิญญาณทรงเป็นพยานเพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง“ (1ยอห์น 5:6)

เราเกิดมาเต็มไปด้วยบาปโดยธรรมชาติและทำบาปจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายเราได้แต่ทำบาปโดยไม่มีทางเลือกและเราก็ไม่มีทางที่จะหนีพ้น การพิพากษาของพระเจ้าได้ มนุษยชาติเรานั้นถูกกำหนดให้ต้องไปนรก”เพราะค่าจ้างของบาปคือความตาย” (โรม 6:23) แต่เมื่อบาปมีดาษดื่น พระคุณก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้น “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อใน พระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (โรม 5:20, ยอห์น 3:16)

พระเยซู คริสต์ พระบุตรของพระเจ้าเสด็จมายังโลกนี้ดุจเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้า พระองค์ทรงรับเอาบาปทั้งหมดของโลกนี้ไว้เมื่อพระองค์ ทรงรับบัพติศมาจากยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา ณ แม่น้ำจอร์แดน ตามที่เป็นตัวแทนของมวลมนุษยชาติ ยอห์นจึงวางมือของเขาลงที่พระเศียรของ พระเยซู และในขณะนั้นบาปทั้งหมดของโลกนี้จึงได้ผ่านไปสู่พระเยซู ดังนั้นพระเยซูจึงทรงรับเอาบาปทั้งหมดของเราไป โดยการรับบัพติศมา และแบกมันไปสู่ไม้กางเขน พระองค์ทรงหลั่งพระโลหิตของพระองค์เพื่อเป็นค่าจ้างของบาปของเราและทรงไถ่บาปทั้งหมดของโลกนี้อย่าง สมบูรณ์

ดังนั้นพระองค์ทรงร้องออกมาอันดังว่า “สำเร็จแล้ว!” ก่อนสิ้นลมหายใจสุดท้ายของพระองค์บนไม้กางเขน พระเยซูทรงทำอะไรสำเร็จ? บาปทั้งหมดและการพิพากษาของมันสำเร็จโดยการกระทำอันชอบธรรมของพระองค์ อีกนัยหนึ่งเราได้รับการยกความผิดบาปทั้งหมดของเรา โดยการรับบัพติศมาและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขน พระเยซู คริสต์ทรงลบบาปทั้งหมดของโลกนี้ออกไปเมื่อประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว และได้เป็นทางใหม่และทางที่มีชีวิต (ฮีบรู 10:20) ตอนนี้เป็นเวลาของพระคุณของพระองค์แล้ว ใครก็ตามที่เชื่อในบัพติศมาของ พระองค์และการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขนจะสามารถได้รับการยกความผิดบาปได้และได้มีพระวิญญาณบริสุทธิ์มาสถิตอยู่ (กิจการ 2:38) ฮาเลลูยา!

แล้วเราจะพูดอะไรอีก! มีหลายข้อในพระคัมภีร์ไบเบิลที่ยืนยันว่าการรับบัพติศมาของพระองค์เป็นการกระทำอันชอบธรรมที่ขาดไม่ได้ของพระ เยซูเพื่อความรอดของเรา (มัทธิว 3ซ13-17, 1เปรโต 3:21, ยอห์น 6:53-55, เอเฟซัส 4:5, กาลาเทีย 3:27, กิจการ 10:37 เป็นต้น)

คุณเชื่อในความจริงนี้ไหม? คุณไม่มีบาปในหัวใจของคุณหรือ? พระเยซูทรงรับเอาบาปตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ของคุณไปใช่ไหม? พระองค์ทรง รับเอาบาปจากตอนนี้จนถึงบาปของลมหายใจสุดท้ายของคุณไปโดยบัพติศมาเมื่อ 2,000 มาแล้วใช่ไหม? แล้วคุณได้รับชำระให้บริสุทธิ์อย่าง สมบูรณ์แล้วด้วยการเชื่อในบัพติศมาและพระโลหิตของพระองค์แล้วหรือ?

คริสตศาสนาในปัจจุบันนี้ควรค้นหาข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ ใครก็ตามที่ต้องการรู้เกี่ยวกับข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ ให้ละเอียดมากขึ้น จงอย่าลังเลที่จะติดต่อกับ The New Life Mission คุณสามารถรับหนังสือ/หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ของท่านสาธุคุณพอล ซี ยง ได้ฟรี